คุมอาหารง่ายๆด้วย Myfitnesspal

Published by attwisut on

คุมอาหารง่ายๆด้วย Myfitnesspal

มีใครรู้บ้างว่าอาหารที่เราทานในแต่ละมื้อนั้นให้พลังงานและสารอาหารเท่าไหร่?

เพื่อนๆเคยไปสั่งข้าวร้านอาหารตามสั่งไหมกันครับ บางร้านใส่น้ำมันแบบจัดเต็ม ให้ข้าวอัดแน่นซะยิ่งกว่ารถในกรุงเทพ แต่ทำไมเนื้อสัตว์ที่ได้มันช่างตรงกันข้าม เหมือนกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แค่ลมพัดก็ปลิวแล้ว

แต่ปัญหาพวกนี้จะหมดไปถ้าเราทำอาหารทานเอง ซึ่งผมก็อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆทำอาหารทานเองนะครับ เพราะเราสามารถคุมปริมาณได้และจดบันทึกได้อย่างแม่นยำ โดยการจดบันทึกสารอาหารนั้นมันง่ายมากเพราะเรามีตัวช่วยคือ Myfitnesspal App ซึ่งเป็นแอพที่ผมใช้จดบันทึกสารอาหารเป็นประจำ เพื่อนๆบางคนอาจจะรู้มาบ้างแล้ว แต่สำหรับเพื่อนๆมือใหม่อาจจะยังไม่รู้วิธีการจดบันทึกสารอาหารด้วยแอพนี้ โดยบทความนี้จะช่วยคุณเองครับ

Myfitnesspal คืออะไร?

Myfitnesspal เป็นแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือและเว็บไซต์ที่ช่วยให้เพื่อนๆสามารถติดตามการคุมอาหารและการออกกำลังกายได้ ซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้ใช้จดบันทีกสารอาหารของตัวเองโดยการหาชื่อหรือสแกนบาร์โค้ดจากอาหารได้โดยตรง หรือผู้ใช้สามารถสร้างหรือกำหนดค่าสารอาหารเองได้ อีกทั้งยังมีการตั้งเป้าหมายน้ำหนักที่ต้องการและการแบ่งสัดส่วนอาหารตามวัตถุประสงค์ของเราได้ด้วยครับ

เริ่มต้นคุมอาหารง่ายๆด้วย 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 : ตั้งเป้าหมาย (Goal)

ก่อนที่เราจะเริ่มจดบันทึกสารอาหารอย่างถูกต้องนั้น เราต้องรู้เป้าหมายของเราก่อนว่าเราจะ Bulk หรือ Diet เป้าหมายชัดเจนจะทำให้เราวางแผนและจดบันทึกสารอาหารได้ง่ายขึ้น 

เริ่มต้นให้ไปที่ “More” จากนั้นเลือกคำว่า “Goal” ซึ่งในหน้านี้เราสามารถตั้งค่าน้ำหนักปัจจุบันและน้ำหนักที่ต้องการในอนาคตได้ (ซึ่งในส่วนนี้ผมไม่ได้ใช้งานมันสักเท่าไหร่) และเพื่อเป็นการตั้งเป้าหมายให้ลึกและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ให้เพื่อนๆเลือกคำว่า “Calories & Macronutrient Goal” เพื่อตั้งค่าสัดส่วนอาหารที่เราควรได้รับในแต่ละวัน

โดยสัดส่วนอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน สามารถแบ่งได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ เช่น บางคนต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ ก็อาจจะเพิ่มสัดส่วนของโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต แต่สำหรับบางคนอยากลีน ก็ต้องปรับสัดส่วนของคาร์บและไขมันลงเพื่อให้กล้ามเนื้อคมชัด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคลครับ

ขั้นตอนที่ 2 : จดบันทึกสารอาหาร (Tracking)

เมื่อเราได้เป้าหมายของเราที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจดบันทึก ในขั้นตอนนี้เพื่อนๆจะต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจดบันทึกสารอาหาร นั่นก็คือ “เครื่องชั่งอาหาร” 

เช่น มื้อนี้ต้องการทานข้าวสวยหุงสุก 100 กรัม เราก็ค้นหาในช่องค้นหาว่า “Rice” เมื่อค้นหาแล้ว สารพัดข้าวก็จะขึ้นมา เราเลือกอันที่เหมาะสมที่สุด โดยผมจะเลือก “White Rice (Cooked)”

เมื่อเลือกแล้ว จะมีหน้าต่างแสดงสารอาหารออกมา โดยเพื่อนๆจะต้องเลือกปริมาณให้ถูกต้องตามที่เราชั่ง เช่น กี่กรัม กี่ชิ้น เป็นต้น ถ้าหากข้อมูลถูกต้อง เราก็กด”เครื่องหมายถูก” มุมบนขวาถือเป็นอันเสร็จครับ

แต่ทางแอพก็มีอีกลูกเล่นหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องชั่งอาหารเสมอไปเพราะในแอพสามารถสแกนบาร์โค้ดได้โดยตรงจากอาหาร ทั้งแม่นยำ รวดเร็ว

ขั้นตอนที่ 3 : ติดตามผล (Logging)

เมื่อจดบันทึกสารอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาดูว่าในแต่ละมื้อที่เรากินไปทั้งหมดนั้นให้พลังงานกี่แคลอรี่ สารอาหารที่ได้รับมีอะไรบ้าง และเราก็จะรู้ว่าควรเพิ่มหรืองดอะไรเพื่อให้พลังงานไม่เกิน

โดยเริ่มต้นที่หน้าจดบันทึกสารอาหารและเลื่อนมาล่างสุดจะเห็นคำว่า “Nutrition” เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะเป็นหน้าต่างใหม่ โดยแถบข้างบนจะแสดงจำนวนแคลอรี่(Calories) ปริมาณสารอาหาร(Nutrients) และอัตราส่วนสารอาหาร(Macro) ที่เราได้ทานเข้าไปนะครับ

ค่าพวกนี้มีไว้ทำอะไร?

เอาไว้ตรวจเช็คและติดตามผลครับ เราต้องหมั่นตรวจเช็คอยู่ตลอด อาจจะไม่ใช่ทุกนาทีหรือทุกชั่วโมง แต่ควรจะเช็คทุกๆมื้อที่เราทานเข้าไป

การคุมอาหารสำคัญมากต่อเป้าหมายในรูปร่างและสุขภาพของเรา ไม่ว่าจะจดบันทึกแบบ Real Time หรือวางแผนมื้ออาหารไว้ล่วงหน้าก็ทำได้เหมือนกัน อยู่ที่เพื่อนๆเลือกวิธีของตัวเอง ซึ่งไม่มีอันไหนถูกหรือผิดครับ บางคนออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก แต่ไม่เคยคุมอาหารลยสักมื้อ มันก็อาจจะเห็นผลช้าหรือไม่เห็นผลเลย 

ฉะนั้นอยากให้เพื่อนๆทุกคนลองหันมาจดบันทึกสารอาหารกันนะครับ เริ่มตอนนี้ยังดีกว่าตอนนี้ยังดีกว่าเริ่มพรุ่งนี้นะครับ ฉะนั้นอ่านบทความนี้จบ เริ่มคุมอาหารกันได้เลยครับ!


0 Comments

Leave a Reply

Avatar placeholder

Your email address will not be published.

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial